Apple Maps เริ่มแสดงโฆษณาบน iPhone ในสหรัฐฯ และแคนาดา

โดย
KOMCHAD
โดยKOMCHAD
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย

Apple Maps เริ่มเปิดโฆษณาอย่างเป็นทางการ

Apple เริ่มทยอยเปิดระบบโฆษณาภายใน Apple Maps แล้ว หลังประกาศแผนดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ในปี 2026 โดย Apple ยืนยันกับ 9to5Mac ว่าการ Rollout เริ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันก่อนวันที่ 25 สิงหาคม และจะขยายไปยังผู้ใช้เพิ่มขึ้นในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า

ช่วงแรกเปิดให้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา รูปแบบไม่ได้เป็น Banner ขนาดใหญ่ที่วางเต็มแผนที่ แต่เป็นการนำธุรกิจที่จ่ายค่าโฆษณาเข้าไปอยู่ในจังหวะที่ผู้ใช้กำลังค้นหาสถานที่หรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปที่ไหน

จุดนี้ทำให้ Apple Maps เป็นพื้นที่โฆษณาที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจท้องถิ่น เพราะผู้ใช้ที่ค้นหาร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้า หรือบริการใกล้ตัว มักมีความตั้งใจสูงกว่าการเห็นโฆษณาระหว่างเลื่อน Feed ทั่วไป ธุรกิจจึงสามารถจ่ายเงินเพื่อเพิ่มโอกาสถูกมองเห็นในช่วงที่ผู้ใช้ใกล้ตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่จริง.

โฆษณาจะแสดงอยู่ 2 ตำแหน่งหลัก

Apple กำหนดตำแหน่งโฆษณาใน Maps ไว้ 2 จุดหลัก ได้แก่

ก่อนเริ่มค้นหา โฆษณาสามารถปรากฏในส่วน Suggested Places บนหน้าค้นหาของ Apple Maps

หลังค้นหาแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคำค้นสามารถปรากฏเป็นโฆษณาใน Search Results

Apple Maps เริ่มแสดงโฆษณาบน iPhone ในสหรัฐฯ และแคนาดา

หน้าตาของโฆษณาถูกออกแบบให้ใกล้เคียงกับ Business Listing ปกติ เพื่อให้กลมกลืนกับประสบการณ์ใช้งาน Maps แต่จะมีป้ายสีน้ำเงินคำว่า “Ad” กำกับไว้เพื่อบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นตำแหน่งที่มีการจ่ายเงิน

ตำแหน่งแรกเหมาะกับช่วงที่ผู้ใช้ยังอยู่ในขั้นสำรวจและยังไม่ได้ระบุว่าจะค้นหาอะไร ส่วนตำแหน่งหลังการค้นหาจะเข้าถึงผู้ใช้ในช่วงที่มี Intent ชัดเจนกว่า เช่น ค้นหาร้านอาหารหรือร้านค้าประเภทใดประเภทหนึ่งแล้วกำลังเลือกว่าจะไปที่ไหน

วิธีนี้ทำให้ Apple สามารถสร้างพื้นที่โฆษณาได้โดยไม่จำเป็นต้องใส่ Banner ไปทั่วหน้าจอ และยังแยกโอกาสทางธุรกิจออกเป็นทั้งช่วง Discovery และช่วงที่ผู้ใช้ใกล้ตัดสินใจจริง.

ทำไม Apple Maps จึงมีมูลค่าสำหรับผู้ลงโฆษณา

Apple ระบุว่าใน Maps มีการค้นหาธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 พันล้านครั้งต่อเดือน และประมาณหนึ่งในสองของการค้นหาธุรกิจนำไปสู่การที่ผู้ใช้ทำบางอย่างต่อ เช่น โทรหาร้าน ขอเส้นทาง หรือโต้ตอบกับข้อมูลสถานที่

นี่คือความแตกต่างสำคัญจาก Display Ads ทั่วไป ผู้ที่กำลังค้นหาธุรกิจใกล้ตัวอยู่ในช่วงที่ใกล้กับการตัดสินใจในโลกจริงมากกว่า การขึ้นเป็น Promoted Result ใน Apple Maps จึงสามารถเชื่อมจากการมองเห็นบนหน้าจอไปสู่การเดินทางเข้าร้านได้โดยตรง

Apple ยังระบุว่า Gen Z และ Millennials คิดเป็น 57% ของผู้ใช้ Maps บริษัทจึงใช้ทั้งโครงสร้างผู้ใช้และ Search Intent เป็นจุดขายกับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นสายโทรเข้า การขอเส้นทาง และ Foot Traffic

ฝั่งผู้ลงโฆษณาสามารถ Claim สถานที่ของธุรกิจ อัปโหลดรูป กำหนด Budget และเปิดหรือหยุด Campaign ได้ตามต้องการ ขณะที่ Apple Ads ยังมีเครื่องมือจัดการ Campaign ที่ละเอียดขึ้นสำหรับธุรกิจและ Agency.

Apple ย้ำเรื่อง Privacy เมื่อโฆษณาเข้ามาอยู่ใน Maps

การนำโฆษณาเข้ามาใน Apple Maps ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่อง Privacy เพราะ Apple ใช้ความเป็นส่วนตัวเป็นจุดขายสำคัญของบริการมาโดยตลอด บริษัทจึงพยายามวางระบบโฆษณาให้ยังอยู่ภายใต้แนวทาง Privacy-first แบบเดิม

Apple ระบุว่า Location ของผู้ใช้ รวมถึงโฆษณาที่เห็นหรือกด จะไม่ถูกผูกเข้ากับ Apple Account ข้อมูลส่วนบุคคลจะยังอยู่บนอุปกรณ์ และ Apple Ads ระบุว่าไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้เพื่อระบบนี้หรือส่งต่อให้ Third Party

Apple ยังระบุว่าไม่ได้ใช้ Precise Location หรือประวัติการใช้งาน Maps ของบุคคลเพื่อเลือกโฆษณาท้องถิ่น แต่จะใช้ Context ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังทำในขณะนั้น เช่น Search Term, Approximate Location ของอุปกรณ์ หรือพื้นที่แผนที่ที่กำลังแสดงบนหน้าจอ

ไม่ใช้ Precise Location เพื่อ Target โฆษณาใน Maps

ไม่ใช้ประวัติการโต้ตอบกับ Maps เป็น Context ตามแนวทางที่ Apple อธิบาย

ไม่ใช้ Age และ Gender เพื่อ Target โฆษณา

การดูหรือกดโฆษณาจะเชื่อมกับ Random Identifier ที่เปลี่ยนหลายครั้งต่อชั่วโมง

ข้อมูลโฆษณาไม่ถูกผูกกับ Apple Account

สำหรับ Apple Account ของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และ Managed Apple Account สำหรับสถานศึกษา Apple ระบุว่าจะใช้การประมวลผลบนอุปกรณ์เพื่อไม่แสดงโฆษณาใน Maps.

โฆษณาถูกออกแบบให้ดูกลมกลืนกับ Apple Maps

Apple เลือกใช้รูปแบบโฆษณาที่ไม่รบกวนการใช้งานแบบ Pop-up หรือ Banner ขนาดใหญ่ แต่ทำให้ธุรกิจที่โปรโมตปรากฏเป็น Place Result ซึ่งยังสามารถทำสิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังจาก Maps ได้ตามปกติ เช่น โทรหาร้านหรือเปิดเส้นทางนำทาง

เพราะหน้าตาของ Promoted Listing ใกล้เคียงกับผลลัพธ์ทั่วไป ป้าย “Ad” สีน้ำเงินจึงมีความสำคัญมากในการแยกให้ผู้ใช้รู้ว่าธุรกิจนั้นจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตำแหน่งโฆษณา

ผลกระทบต่อผู้ใช้จึงไม่ได้อยู่ที่การมีหน้าหรือเมนูโฆษณาใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่แนะนำและผลการค้นหา ธุรกิจที่อยู่ในตำแหน่งเด่นอาจปรากฏขึ้นเพราะซื้อโฆษณา ตราบใดที่ระบบมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหรือ Context ของผู้ใช้ใน Maps.

Apple ใช้เครดิตดึงธุรกิจเข้าสู่แพลตฟอร์มโฆษณา

Apple เปิดระบบให้ธุรกิจเริ่มลงโฆษณาบน Maps และใช้ Promotional Credit เพื่อกระตุ้นการใช้งานช่วงแรก ปัจจุบัน Grand Opening Promo ให้ผู้ลงโฆษณาที่เข้าเงื่อนไขรับเครดิตคืน 15% ของค่าโฆษณารายเดือนเป็นเวลาสูงสุดหนึ่งปี ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขของโครงการ

นอกจากนี้ยังมี Sign-up Credit แบบครั้งเดียวสำหรับ Brand ใหม่ที่เข้าเงื่อนไข โดยต้องตั้งค่าองค์กรใน Apple Business เพิ่มวิธีชำระเงินที่รองรับ และเริ่ม Campaign บน Maps

รายละเอียดเหล่านี้แสดงว่า Apple ไม่ได้มอง Maps Ads เป็นเพียงการทดลองเล็กๆ บริษัทกำลังสร้างระบบโฆษณาครบวงจร ตั้งแต่การนำธุรกิจเข้าสู่ระบบ การตั้ง Budget การจัดการ Campaign ไปจนถึง Reporting และเครื่องมือสำหรับ Agency

สำหรับ Apple นี่คือช่องทางสร้างรายได้จาก Services เพิ่มอีกทาง ส่วนธุรกิจท้องถิ่นก็ได้ช่องทางใหม่ในการเข้าถึงผู้ใช้ iPhone ในช่วงที่กำลังตัดสินใจว่าจะไปที่ไหน สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ Apple จะขยายธุรกิจโฆษณานี้ได้มากแค่ไหนโดยไม่ทำให้ Maps ดูรกหรือทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าความน่าเชื่อถือของผลการค้นหาลดลง.

แชร์บทความนี้
โดยKOMCHAD
ติดตาม
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย
ฝากความคิดเห็น