Apple Maps กำลังเปลี่ยนไป เมื่อโฆษณาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอป
Apple Maps กำลังจะเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอย่างชัดเจนในปี 2026 เมื่อ Apple เตรียมนำโฆษณาเข้ามาแสดงภายในแอป โดยตำแหน่ง Sponsored จะปรากฏทั้งในผลการค้นหาและส่วน Suggested Places ซึ่งเป็นพื้นที่แนะนำสถานที่ โดยจะเริ่มในสหรัฐฯ และแคนาดาก่อน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง Apple ขยายธุรกิจโฆษณาในบริการของตัวเอง รวมถึงเพิ่มพื้นที่โฆษณาใน App Store
- Apple Maps กำลังเปลี่ยนไป เมื่อโฆษณาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแอป
- ปิด Location Services ก็ไม่ได้ช่วยซ่อนโฆษณา
- Apple จะเลือกโฆษณาที่แสดงอย่างไร
- Organic Maps ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการแผนที่แบบไม่มีโฆษณา
- OsmAnd เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องมือแผนที่มากกว่า
- สุดท้ายอาจต้องเลือกระหว่างความสะดวกกับประสบการณ์แบบไม่มีโฆษณา
Apple Maps กำลังจะเปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอย่างชัดเจนในปี 2026 เมื่อ Apple เตรียมนำโฆษณาเข้ามาแสดงภายในแอป โดยตำแหน่ง Sponsored จะปรากฏทั้งในผลการค้นหาและส่วน Suggested Places ซึ่งเป็นพื้นที่แนะนำสถานที่ โดยจะเริ่มในสหรัฐฯ และแคนาดาก่อน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง Apple ขยายธุรกิจโฆษณาในบริการของตัวเอง รวมถึงเพิ่มพื้นที่โฆษณาใน App Store
ปิด Location Services ก็ไม่ได้ช่วยซ่อนโฆษณา
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้คือ Apple ยังไม่ได้ประกาศตัวเลือกสำหรับปิดโฆษณาใน Maps ระบบจะเน้น Contextual Ads หรือเลือกโฆษณาตามบริบทที่กำลังใช้งาน เช่น สิ่งที่ค้นหา พื้นที่บนแผนที่ที่กำลังเปิดดู และ Approximate Location หากผู้ใช้อนุญาต ดังนั้นรูปแบบการเลือกโฆษณาจึงผูกกับสิ่งที่กำลังทำใน Maps มากกว่าการอาศัย Profile โฆษณาแบบทั่วไป
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้คือ Apple ยังไม่ได้ประกาศตัวเลือกสำหรับปิดโฆษณาใน Maps ระบบจะเน้น Contextual Ads หรือเลือกโฆษณาตามบริบทที่กำลังใช้งาน เช่น สิ่งที่ค้นหา พื้นที่บนแผนที่ที่กำลังเปิดดู และ Approximate Location หากผู้ใช้อนุญาต ดังนั้นรูปแบบการเลือกโฆษณาจึงผูกกับสิ่งที่กำลังทำใน Maps มากกว่าการอาศัย Profile โฆษณาแบบทั่วไป

Apple จะเลือกโฆษณาที่แสดงอย่างไร
การปิดสิทธิ์ Location จึงไม่น่าจะเป็นวิธีหลบโฆษณาที่ได้ผล เพราะแม้ Maps จะไม่รู้ตำแหน่งปัจจุบันอย่างแม่นยำ แอปก็ยังเห็นได้ว่าผู้ใช้กำลังเปิดดูพื้นที่ใดและสามารถใช้บริบทนั้นเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้องได้ ที่สำคัญ การปิด Location ยังทำให้ความสามารถหลักหลายอย่างของ Maps ใช้งานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะระบบนำทางที่ต้องอาศัยตำแหน่งปัจจุบัน
การปิดสิทธิ์ Location จึงไม่น่าจะเป็นวิธีหลบโฆษณาที่ได้ผล เพราะแม้ Maps จะไม่รู้ตำแหน่งปัจจุบันอย่างแม่นยำ แอปก็ยังเห็นได้ว่าผู้ใช้กำลังเปิดดูพื้นที่ใดและสามารถใช้บริบทนั้นเลือกโฆษณาที่เกี่ยวข้องได้ ที่สำคัญ การปิด Location ยังทำให้ความสามารถหลักหลายอย่างของ Maps ใช้งานได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะระบบนำทางที่ต้องอาศัยตำแหน่งปัจจุบัน
Organic Maps ทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการแผนที่แบบไม่มีโฆษณา
สำหรับคนที่ไม่ต้องการเห็นโฆษณาเลย บทความเสนอ Organic Maps เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แอปเป็น Open Source รองรับทั้ง iPhone และ Android ใช้ข้อมูลจาก OpenStreetMap และระบุว่าไม่เก็บข้อมูลหรือ Identifier ของผู้ใช้ ตัวแอปใช้ฟรีโดยอาศัยเงินบริจาคและ Grant พร้อมฟีเจอร์อย่าง Offline Maps, Turn-by-turn Navigation, Voice Guidance, Route Planning, Bookmark, เส้นทางเดินป่าและจักรยาน รวมถึง CarPlay และ Android Auto
สำหรับคนที่ไม่ต้องการเห็นโฆษณาเลย บทความเสนอ Organic Maps เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แอปเป็น Open Source รองรับทั้ง iPhone และ Android ใช้ข้อมูลจาก OpenStreetMap และระบุว่าไม่เก็บข้อมูลหรือ Identifier ของผู้ใช้ ตัวแอปใช้ฟรีโดยอาศัยเงินบริจาคและ Grant พร้อมฟีเจอร์อย่าง Offline Maps, Turn-by-turn Navigation, Voice Guidance, Route Planning, Bookmark, เส้นทางเดินป่าและจักรยาน รวมถึง CarPlay และ Android Auto
OsmAnd เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องมือแผนที่มากกว่า
อีกตัวเลือกคือ OsmAnd ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความสามารถด้านแผนที่ลึกกว่า Organic Maps ตัวแอปเป็น Open Source เช่นกันและมีเวอร์ชันฟรีแบบไม่มีโฆษณา ส่วนแพ็กเกจ Maps+ ตามราคาที่บทความระบุอยู่ที่ 69.99 ดอลลาร์แบบซื้อครั้งเดียว หรือ 14.99 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ Pro อยู่ที่ 39.99 ดอลลาร์ต่อปี, 5.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 450 ดอลลาร์แบบซื้อครั้งเดียว พร้อมเครื่องมืออย่างแผนที่ภูมิประเทศ 3D, ข้อมูลสภาพอากาศ และระบบ Backup กับ Sync ที่ละเอียดขึ้น
อีกตัวเลือกคือ OsmAnd ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความสามารถด้านแผนที่ลึกกว่า Organic Maps ตัวแอปเป็น Open Source เช่นกันและมีเวอร์ชันฟรีแบบไม่มีโฆษณา ส่วนแพ็กเกจ Maps+ ตามราคาที่บทความระบุอยู่ที่ 69.99 ดอลลาร์แบบซื้อครั้งเดียว หรือ 14.99 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ Pro อยู่ที่ 39.99 ดอลลาร์ต่อปี, 5.99 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 450 ดอลลาร์แบบซื้อครั้งเดียว พร้อมเครื่องมืออย่างแผนที่ภูมิประเทศ 3D, ข้อมูลสภาพอากาศ และระบบ Backup กับ Sync ที่ละเอียดขึ้น
สุดท้ายอาจต้องเลือกระหว่างความสะดวกกับประสบการณ์แบบไม่มีโฆษณา
ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ Apple Maps คำถามอาจไม่ใช่ว่าต้องเข้าเมนูไหนเพื่อปิดโฆษณา เพราะในตอนนี้ Apple ยังไม่ได้เปิดตัวสวิตช์ดังกล่าว แต่เป็นการตัดสินใจว่าความสะดวกของแอปแผนที่ที่ติดมากับระบบคุ้มกับการมี Sponsored Results หรือไม่ หากประสบการณ์แบบไม่มีโฆษณาเป็นเงื่อนไขสำคัญ การเปลี่ยนไปใช้แอปแผนที่อื่นอาจเป็นทางเลือกที่ตรงจุดกว่า
ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ Apple Maps คำถามอาจไม่ใช่ว่าต้องเข้าเมนูไหนเพื่อปิดโฆษณา เพราะในตอนนี้ Apple ยังไม่ได้เปิดตัวสวิตช์ดังกล่าว แต่เป็นการตัดสินใจว่าความสะดวกของแอปแผนที่ที่ติดมากับระบบคุ้มกับการมี Sponsored Results หรือไม่ หากประสบการณ์แบบไม่มีโฆษณาเป็นเงื่อนไขสำคัญ การเปลี่ยนไปใช้แอปแผนที่อื่นอาจเป็นทางเลือกที่ตรงจุดกว่า







