Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (ก.ค.–ก.ย.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ รายได้รวมอยู่ที่ 127,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) เติบโต 25% จากปีก่อน ธุรกิจคลาวด์โตแบบก้าวกระโดดกว่าเท่าตัว แต่กำไรต่อหุ้นที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดมาก บวกกับงบลงทุนที่จะพุ่งขึ้นอีกในปีหน้า ทำให้หุ้นร่วงราว 10% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด
Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet ระบุว่าบริษัทมีรายได้ต่อปีแตะระดับครึ่งล้านล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของบริษัท
ตัวเลขสำคัญไตรมาสนี้
- รายได้รวม 127,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25%
- Google Search และอื่น ๆ 63,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.14 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 12%
- โฆษณา YouTube 11,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.77 แสนล้านบาท)
- Google Cloud 30,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.03 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 103% ทำกำไรจากการดำเนินงาน 11,100 ล้านดอลลาร์
- กำไรจากการดำเนินงาน 40,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 30% อัตรากำไรราว 32%
- กำไรต่อหุ้น 2.12 ดอลลาร์ ลดลงจาก 2.87 ดอลลาร์ในปีก่อน
Cloud และ AI คือพระเอก
Pichai ยกให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI และโซลูชัน AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของ Google Cloud ที่โตกว่าเท่าตัว ขณะที่ความต้องการระบบชิป TPU ก็แข็งแกร่งจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ฝั่งโมเดลของ Google เอง API ประมวลผลเกือบ 32,000 ล้านโทเคนต่อนาที เพิ่มขึ้น 40% จากไตรมาสก่อน และมากกว่า 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ส่วนแอป Gemini มีผู้ใช้ราว 1,000 ล้านคนแล้ว โดย Google เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ด้าน YouTube Music และ Premium มีสมาชิกรวมเกิน 150 ล้านราย (รวมผู้ทดลองใช้)

ทำไมหุ้นถึงร่วง
แม้รายได้จะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเล็กน้อย แต่กำไรต่อหุ้นต่ำกว่าคาดค่อนข้างมาก สาเหตุหลักมาจากรายการขาดทุนจากหลักทรัพย์ทุน 8,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.9 แสนล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนใน SpaceX รายการนี้ฉุดกำไรต่อหุ้นลง 0.55 ดอลลาร์
อีกเรื่องที่นักลงทุนกังวลคือเงินลงทุน ไตรมาสนี้ Alphabet ใช้งบลงทุนไป 51,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.73 ล้านล้านบาท) จนกระแสเงินสดอิสระติดลบราว 9,100 ล้านดอลลาร์ บริษัทยังคงกรอบงบลงทุนทั้งปี 2569 ไว้ที่ 195,000–205,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.6–6.9 ล้านล้านบาท) และบอกว่าปี 2570 จะ “เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” โดยจะให้รายละเอียดในการแถลงไตรมาส 4
ฝั่ง Search ที่เติบโต 12% ก็ชะลอลงจากไตรมาสก่อน ผู้บริหารชี้ว่ามีปัจจัยจากค่าเงิน สถานการณ์เฉพาะบางกลุ่มธุรกิจ และการสร้างรายได้จาก AI Mode ที่ยังต่ำกว่าการค้นหาแบบเดิม ถึงอย่างนั้น Google ระบุว่าจำนวนการค้นหาเติบโตสูงสุดในรอบห้าปี
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
Google วางแผนนำความสามารถแบบเอเจนต์มาสู่ Search และแอป Gemini ก่อน แล้วขยายไปยัง Chrome, Android และ Workspace โจทย์ใหญ่จากนี้คือการพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าเงินลงทุนมหาศาลด้าน AI จะเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรได้เร็วแค่ไหน


ความคิดเห็น 0
ยังไม่มีความคิดเห็นเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในบทความนี้