
Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยยกให้เป็นโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัทในตอนนี้ จุดขายหลักคืองานที่ต้องทำต่อเนื่องหลายขั้นตอนเป็นเวลานาน และงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ที่น่าสนใจคือ Carbon มาห่างจาก Gemini 4 Argon เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น สะท้อนว่า Google กำลังเร่งจังหวะการปล่อยโมเดลอย่างชัดเจน
ประกาศครั้งนี้มาจาก Koray Kavukcuoglu ผู้บริหารระดับสูงของ Google DeepMind และหัวหน้าสถาปนิกด้าน AI ของ Google ส่วน Sundar Pichai ซีอีโอ ก็หยิบ Carbon ขึ้นมาพูดถึงในการแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันเดียวกันด้วย
ออกแบบมาให้ทำงานยาวเป็นวัน ๆ
Google บอกว่า Carbon ถูกออกแบบมาสำหรับงานวิศวกรรมและเวิร์กโฟลว์แบบเอเจนต์ที่กินเวลานาน ทีมภายในพบว่าโมเดลสามารถทำงานต่อเนื่องได้หลายวัน ลองผิดลองถูกจนผ่านทางตันไปได้ เช่น ไล่หาต้นตอบั๊กในโค้ดเบสขนาดใหญ่แล้วแพตช์ให้เสร็จ
นอกจากนี้ยังพัฒนาขึ้นหลายด้าน ทั้งการเขียนโค้ด งานเชิงวิทยาศาสตร์ การพัฒนาเว็บแบบฟูลสแต็ก และความเข้าใจข้อมูลหลายรูปแบบ (มัลติโมดัล) โดย Google อ้างว่า Carbon:
- ขึ้นอันดับ 1 ใน Artificial Analysis Intelligence Index เวอร์ชัน 5.0 ด้วยคะแนน 59
- ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 บน WebDev Arena ที่ 1768 Elo เพิ่มขึ้น 89 แต้ม
- กล่าวอ้างข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานรองรับน้อยลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Argon
- ลดการทำเกินคำสั่งลง 26% และลดการทำไม่ครบลง 29% ในงานหลายขั้นตอน
จุดเด่นคือความปลอดภัยไซเบอร์
อีกด้านที่ Google ชูเป็นพิเศษคือการค้นหา ยืนยัน และแก้ไขช่องโหว่ซอฟต์แวร์ ผลทดสอบที่บริษัทเปิดเผยมีดังนี้
- SEC-bench Pro (ค้นหาช่องโหว่) ได้ 88.2%
- ExploitGym (การเจาะช่องโหว่) ได้ 54.8%
- CWE-bench (การแพตช์) ได้ 71.0%
Google ยังระบุว่า Carbon เขียนโค้ดที่ปลอดภัยได้สำเร็จมากกว่า Argon เกิน 2 เท่าในการทดสอบภายใน และทีม Chrome พบว่าแพตช์ที่ Carbon สร้างมีคุณภาพดีกว่าโมเดลขนาดใหญ่ของแล็บอื่นมากกว่า 10 เท่า

ยังไม่เปิดให้ทุกคนใช้ทันที
เพราะความสามารถด้านไซเบอร์ที่สูงขึ้น Google จึงเลือกปล่อยแบบค่อยเป็นค่อยไป สัปดาห์นี้เริ่มจากกลุ่มผู้ป้องกันภัยไซเบอร์จำนวนหนึ่งก่อน จากนั้นจะขยายไปยังพาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือได้ผ่านโครงการ Fairwind แล้วจึงเปิดให้นักพัฒนา องค์กร และผู้ใช้ทั่วไปผ่านผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Google “เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้” แต่ยังไม่ระบุวันที่ชัดเจน บริษัทยังเข้าร่วมกระบวนการทดสอบโมเดลก่อนเปิดตัวแบบสมัครใจกับรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย
ด้านความปลอดภัยของตัวโมเดลเอง Carbon ใช้ระบบป้องกันหลายชั้นแบบเดียวกับ Argon และผ่านการฝึกเพิ่มเติม ผลทดสอบภายในพบว่าการแจ้งเตือนพฤติกรรมไม่ตรงเจตนาระดับรุนแรงลดลงเกือบ 80% และมีแนวโน้มถามกลับเพื่อความชัดเจนก่อนลงมือทำมากขึ้น
ราคา API
ช่วงแนะนำ Google ตั้งราคาไว้ที่ 2 ดอลลาร์ (ราว 67 บาท) ต่ออินพุต 1 ล้านโทเคน และ 10 ดอลลาร์ (ราว 337 บาท) ต่อเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน ส่วนโทเคนอินพุตที่แคชไว้ได้ส่วนลด 95% หลังหมดช่วงแนะนำ ราคาจะขยับเป็น 4 ดอลลาร์ (ราว 135 บาท) และ 20 ดอลลาร์ (ราว 674 บาท) ตามลำดับ
การเปิดตัว Carbon ตามหลัง Argon แบบติด ๆ ทำให้การแข่งขันโมเดลระดับแนวหน้าช่วงปลายปีนี้ดุเดือดขึ้นอีก โดยเฉพาะในตลาด AI สำหรับนักพัฒนาและงานด้านความปลอดภัยองค์กร


ความคิดเห็น 0
ยังไม่มีความคิดเห็นเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในบทความนี้