ข้ามไปยังเนื้อหา
ล่าสุด

KOMCHADคมชัด ข่าวไอที

ตำรวจไซเบอร์เผย Gen Z โดนแก๊งตำรวจปลอมหนัก ใช้มุกซิมม้า สูญเฉลี่ย 32,000 บาท

ตำรวจไซเบอร์เผย Gen Z โดนแก๊งตำรวจปลอมหนัก ใช้มุกซิมม้า สูญเฉลี่ย 32,000 บาท

บก.ตอท. เผย Gen Z ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้สคริปต์เจาะจง แอบอ้างเป็นตำรวจและใช้มุกซิมม้า ทำให้เหยื่อเสียเงินเฉลี่ยราว 32,000 บาทต่อคดี ย้ำว่าตำรวจจริงไม่วิดีโอคอลและไม่สั่งให้โอนเงิน

KOMCHAD · อ่าน 3 นาที

กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) เปิดข้อมูลเมื่อ 29 ต.ค. 2569 ว่าคนรุ่น Gen Z ไม่ได้ถูกหลอกเพราะรู้ไม่ทันมุกง่าย ๆ อย่างที่หลายคนคิด แต่โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ สคริปต์ที่เขียนมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ มุกที่ได้ผลที่สุดคือแอบอ้างเป็นตำรวจ แล้วบอกเหยื่อว่ามีคนเอาบัตรประชาชนไปเปิด “ซิมม้า”

สารบัญ
  1. ที่มาของประเด็น
  2. ตัวเลขที่น่าตกใจ
  3. สคริปต์คนละแบบสำหรับคนต่างวัย
  4. จำไว้ให้ขึ้นใจ: ตำรวจจริงไม่โทรมาให้โอนเงิน

ที่มาของประเด็น

เรื่องนี้เริ่มจากเพจดังในโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมคน Gen Z ซึ่งน่าจะตามทันข่าวสาร ถึงยังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพกันเยอะ โดยอ้างโพสต์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่กำลังศึกษาว่าทำไมนักศึกษาถึงถูกเล็งเป็นเป้าหมาย บก.ตอท. จึงออกมาตอบพร้อมตัวเลข และสรุปว่ามิจฉาชีพไม่ได้ใช้มุกตื้น ๆ กับวัยรุ่น แต่ใช้บทที่เจาะจงมาสำหรับกลุ่มนี้ และมันได้ผล

ตัวเลขที่น่าตกใจ

ข้อมูลที่ บก.ตอท. เปิดเผยมีดังนี้

  • ปีนี้มีการแจ้งความคดีออนไลน์แล้ว มากกว่า 267,000 คดี
  • ผู้เสียหายอายุ 18–25 ปีคิดเป็นราว 1 ใน 5 ของผู้เสียหายทั้งประเทศ แต่ถ้าดูเฉพาะคดีแก๊งปลอมเป็นตำรวจโทรข่มขู่ สัดส่วนจะขึ้นเป็นราว 1 ใน 3
  • ในเดือนที่ผ่านมา คดีตำรวจปลอม 63% เป็นเหยื่อกลุ่มอายุนี้ และครึ่งหนึ่งเป็นนักศึกษา
  • คดีตำรวจปลอมมีแค่ 8% ของคดีทั้งหมดของกลุ่มวัยรุ่น แต่ทำให้เสียเงินไปถึง 52% ของมูลค่าความเสียหายรวมของกลุ่มนี้
  • ความเสียหายเฉลี่ยราว 32,000 บาทต่อคดี ซึ่งสำหรับนักศึกษาแล้วอาจเท่ากับเงินเก็บทั้งหมด
  • มุก “ซิมม้า” พบใน 42% ของคดีกลุ่มวัยรุ่น เทียบกับแค่ 5% ในกลุ่มอายุ 40–50 ปี
  • มุกหลอกให้กดลิงก์หรือโหลดแอป พบในคดีกลุ่มวัยรุ่นเพียง 2% เพราะคนรุ่นนี้ส่วนใหญ่รู้ทันอยู่แล้ว

สคริปต์คนละแบบสำหรับคนต่างวัย

ตำรวจไซเบอร์อธิบายว่า มิจฉาชีพเปลี่ยนบทตามวัยของเหยื่อ

  • ผู้ใหญ่ มักเจอมุก “พัสดุผิดกฎหมาย” แล้วถูกกดดันให้โหลดแอปที่สุดท้ายดูดเงินออกจากบัญชี
  • วัยรุ่น จะถูกบอกว่ามีคนเอาบัตรประชาชนไปเปิดซิม แล้วเบอร์นั้นไปผูกกับบัญชีม้าหรือเว็บพนัน จากนั้นโอนสายไปหา “สถานีตำรวจต่างจังหวัด” ให้วิดีโอคอล “สอบปากคำ” แล้วสั่งให้โอนเงินไป “ตรวจสอบ” เพื่อพิสูจน์ว่าบริสุทธิ์

มุกนี้ได้ผลกับวัยรุ่นเพราะหลายอย่างประกอบกัน เด็กรุ่นนี้ระวังลิงก์และแอปอยู่แล้ว มิจฉาชีพเลยเลี่ยงไปเล่นเรื่องที่พวกเขาไม่มีประสบการณ์ หลายคนอยู่หอคนเดียว กลัวมีประวัติอาชญากรรมก่อนเรียนจบ และข้อหาอย่างเว็บพนันหรือขายซิมก็ฟังดูเป็นไปได้ อีกข้อคือส่วนใหญ่ไม่เคยถูกตำรวจเรียกตัวมาก่อน จึงไม่รู้ว่าตำรวจจริงไม่ทำแบบนี้

จำไว้ให้ขึ้นใจ: ตำรวจจริงไม่โทรมาให้โอนเงิน

บก.ตอท. ฝากข้อความถึงวัยรุ่นและครอบครัวว่า

  • ตำรวจจริงไม่โทรมาแจ้งคดี ไม่สอบปากคำผ่านวิดีโอคอล และไม่สั่งให้โอนเงินไปตรวจสอบ
  • ถ้ามีคนโทรมาอ้างแบบนี้ ให้วางสายทันที แล้วโทรสายด่วน 1441 ของศูนย์ AOC
  • ผู้ปกครองควรคุยกับลูกหลานที่เรียนอยู่ไกลบ้านไว้ก่อน ว่าถ้าเจอสายแบบนี้ให้โทรหาครอบครัวทันที

คุณรู้สึกอย่างไรกับข่าวนี้?

ความคิดเห็น 0

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ ความคิดเห็นที่มีลิงก์หรือคำไม่เหมาะสมอาจต้องรอตรวจสอบก่อนแสดง นโยบายความเป็นส่วนตัว

0/5000

Ctrl + Enter เพื่อส่ง

ยังไม่มีความคิดเห็นเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในบทความนี้