ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากพูดถึงสมาร์ตโฟนที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง หลายคนมักนึกถึงฝั่ง Android มากกว่า เพราะผู้ผลิตหลายรายเลือกใส่แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh หรือมากกว่านั้น ขณะที่ Apple เน้นการปรับแต่งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่เหมือนคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือล่าสุดอาจเป็นสัญญาณว่า Apple กำลังเปลี่ยนแนวทางดังกล่าว เพราะมีรายงานว่า iPhone 18 Pro Max อาจมาพร้อมแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงสุดถึง 5,425mAh ซึ่งมากกว่า Samsung Galaxy S26 Ultra ที่ใช้แบตเตอรี่ 5,000mAh หากข้อมูลนี้ถูกต้อง ก็จะถือเป็นแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยติดตั้งใน iPhone รุ่นปกติเลยทีเดียว
ข่าวลือระบุ มีแบตเตอรี่ 2 ขนาดตามภูมิภาค
รายงานระบุว่า Apple อาจยังคงแบ่งรุ่นของ iPhone 18 Pro Max ออกเป็น 2 เวอร์ชันเช่นเดียวกับปีก่อน ได้แก่
- รุ่นที่รองรับ Nano SIM คาดว่าจะมีแบตเตอรี่ประมาณ 5,235mAh
- รุ่น eSIM Only คาดว่าจะมีแบตเตอรี่ประมาณ 5,425mAh
สาเหตุที่รุ่น eSIM มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่า เป็นเพราะการตัดช่องใส่ซิมการ์ดออก ทำให้มีพื้นที่ภายในเครื่องมากขึ้นและสามารถติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าเดิมได้
เพิ่มขึ้นจาก iPhone 17 Pro Max อย่างชัดเจน
หากเปรียบเทียบกับข้อมูลของ iPhone รุ่นก่อน จะเห็นว่า Apple เพิ่มความจุแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง
- iPhone 13 Pro Max : 4,352mAh
- iPhone 14 Pro Max : 4,323mAh
- iPhone 15 Pro Max : 4,441mAh
- iPhone 16 Pro Max : 4,685mAh
- iPhone 17 Pro Max : 4,823mAh (Nano SIM) / 5,088mAh (eSIM)
- iPhone 18 Pro Max (ข่าวลือ) : 5,235mAh (Nano SIM) / 5,425mAh (eSIM)
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Apple กำลังเพิ่มความจุแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องในทุกเจเนอเรชัน และหากข่าวลือนี้เป็นจริง การเพิ่มขึ้นในปีนี้จะถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของ iPhone Pro Max
แซง Galaxy S26 Ultra ครั้งแรก
อีกประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจคือ หาก iPhone 18 Pro Max ใช้แบตเตอรี่ 5,425mAh จริง ก็จะมีความจุมากกว่า Galaxy S26 Ultra ที่ใช้แบตเตอรี่ 5,000mAh ซึ่งเป็นตัวเลขที่ Samsung ใช้มาหลายรุ่นติดต่อกัน
แม้ตัวเลขความจุจะดูได้เปรียบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า iPhone จะใช้งานได้นานกว่าเสมอไป เพราะอายุการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ประสิทธิภาพของชิปประมวลผล
- การจัดการพลังงานของระบบปฏิบัติการ
- เทคโนโลยีหน้าจอ
- การจัดการแอปเบื้องหลัง
Apple มีชื่อเสียงด้านการบริหารพลังงานที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ดังนั้น หากเพิ่มแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นอีก ก็มีโอกาสที่ iPhone 18 Pro Max จะมีอายุการใช้งานต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ทำไม Apple ถึงเพิ่มแบตเตอรี่ตอนนี้?
นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า สาเหตุสำคัญมาจากยุคของ Apple Intelligence
ฟีเจอร์ AI รุ่นใหม่จำนวนมากทำงานบนตัวเครื่อง (On-device AI) ซึ่งต้องใช้ทั้ง CPU, GPU และ Neural Engine มากกว่าการใช้งานทั่วไป ทำให้การใช้พลังงานสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า iPhone 18 Pro จะใช้ชิป A20 Pro รุ่นใหม่ที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่เล็กลง ช่วยให้ประหยัดพลังงานกว่าเดิม แต่ Apple ก็อาจเลือกเพิ่มแบตเตอรี่ควบคู่กัน เพื่อให้รองรับการใช้งาน AI ได้ยาวนานขึ้น
แต่ยังเป็นเพียงข่าวลือ
แม้ตัวเลขแบตเตอรี่ที่หลุดออกมาจะสอดคล้องกับข่าวลือก่อนหน้านี้จากแหล่งข่าวในจีน แต่ข้อมูลชุดล่าสุดมาจากโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่ถูกลบไปแล้ว ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ 100%
จนกว่า Apple จะเปิดตัว iPhone 18 Series อย่างเป็นทางการ รายละเอียดทั้งหมดจึงควรรับฟังไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น
สรุป
หากข่าวลือนี้เป็นจริง iPhone 18 Pro Max จะกลายเป็น iPhone รุ่นปกติที่มีแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Apple และอาจเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขความจุแบตเตอรี่แซงสมาร์ตโฟนเรือธงของ Samsung
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้ควรจับตาอาจไม่ใช่เพียงตัวเลข mAh แต่คือ ระยะเวลาการใช้งานจริง เพราะนั่นคือสิ่งที่สะท้อนประสิทธิภาพของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ดีที่สุด และเป็นจุดแข็งที่ Apple ให้ความสำคัญมาโดยตลอด







