Apple Watch แจ้ง SOS หลังนักปั่นหมดสติ

โดย

Apple Watch ตรวจจับการล้มและโทรฉุกเฉิน หลังนักปั่นจักรยานหมดสติกลางเส้นทาง

Apple เผยแพร่กรณีศึกษาของผู้ใช้ Apple Watch ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างปั่นจักรยานเสือภูเขาพร้อมบุตรสองคน โดยอุปกรณ์ตรวจพบการล้มและโทรติดต่อบริการฉุกเฉิน หลังเจ้าของนาฬิกาหมดสติและไม่สามารถขอความช่วยเหลือด้วยตัวเองได้

Apple ระบุว่าชายชื่อ Phil ประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนหมดสติ Apple Watch จึงเปิดระบบ Fall Detection โทรหาหน่วยฉุกเฉิน และส่งการแจ้งเตือนไปยังภรรยาของเขาโดยอัตโนมัติ

เหตุการณ์นี้เป็นอีกตัวอย่างที่ Apple ใช้แสดงบทบาทของ Apple Watch ในฐานะอุปกรณ์สุขภาพและความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงนาฬิกาสำหรับรับข้อความหรือบันทึกการออกกำลังกาย

Fall Detection ทำงานอย่างไร

Apple Watch ใช้ข้อมูลจาก Accelerometer และ Gyroscope เพื่อตรวจจับรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับการล้มรุนแรง เมื่อระบบพบเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไข นาฬิกาจะแสดงการแจ้งเตือนและถามว่าผู้ใช้ปลอดภัยหรือไม่

หากผู้ใช้ไม่ตอบสนองและนาฬิกาตรวจพบว่าไม่มีการเคลื่อนไหว ระบบสามารถโทรไปยังหมายเลขฉุกเฉิน ส่งพิกัด และแจ้งรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉินที่ผู้ใช้ตั้งค่าไว้

กระบวนการอัตโนมัติมีความสำคัญในกรณีผู้ใช้หมดสติ สับสน หรือได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรขอความช่วยเหลือได้

กิจกรรมกลางแจ้งมีความเสี่ยงที่โทรศัพท์ช่วยไม่ทัน

นักปั่นจักรยาน นักวิ่ง และผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งอาจประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งไม่มีบุคคลอื่นอยู่ใกล้พอที่จะสังเกตเห็นทันที

แม้จะพกโทรศัพท์ไว้ แต่โทรศัพท์อาจอยู่ในกระเป๋า กระเด็นออกจากตัว หรือไม่สามารถเข้าถึงได้หลังเกิดเหตุ นาฬิกาที่สวมติดข้อมือและตรวจจับเหตุการณ์อัตโนมัติจึงมีข้อได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อเครือข่าย รุ่นของ Apple Watch และการตั้งค่าบริการฉุกเฉินในแต่ละประเทศ

ระบบอัตโนมัติอาจมีการตรวจจับผิด

Fall Detection ไม่สามารถรับประกันว่าจะตรวจพบการล้มทุกครั้ง และกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูงอาจทำให้ระบบเข้าใจผิดว่าเกิดอุบัติเหตุ

ผู้ใช้ควรตอบการแจ้งเตือนทันทีหากปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบโทรฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันควรอัปเดตข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉินและ Medical ID ให้ถูกต้อง

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การเปิด Fall Detection สามารถเพิ่มโอกาสได้รับความช่วยเหลือเร็วขึ้น แต่ไม่ควรใช้แทนระบบดูแลหรืออุปกรณ์การแพทย์ที่เหมาะสม

แชร์บทความนี้
โดยKOMCHAD
ติดตาม
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย
ฝากความคิดเห็น