ทุกเว็บไซต์ทิ้งร่องรอยดิจิทัล วิธีลดการติดตามบนเว็บ

โดย
KOMCHAD
โดยKOMCHAD
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย

เว็บไซต์ยุคใหม่สามารถสังเกตได้มากกว่าว่าผู้ใช้เปิดหน้าใด ระบบโฆษณาและการวิเคราะห์สามารถเชื่อมข้อมูลจากหลายเว็บไซต์เพื่อคาดเดาความสนใจ ความตั้งใจซื้อ และรูปแบบการท่องเว็บ บทความต้นทางอธิบายว่าเทคนิคติดตามพัฒนาจากคุกกี้ไปสู่สคริปต์ ตัวระบุที่คงอยู่ และ browser fingerprinting ดังนั้นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลคือการลดข้อมูลระบุตัวตนที่คงที่ ไม่ใช่รับประกันการไม่เปิดเผยตัวตน 100%

Tracking pixel และสคริปต์ติดตาม

Tracking pixel ในอดีตเป็นรูปขนาดเล็กที่มองไม่เห็นและถูกโหลดพร้อมหน้าเว็บ การร้องขอสามารถเปิดเผยเวลา เบราว์เซอร์ และระบบปฏิบัติการ ปัจจุบัน JavaScript สามารถบันทึกการคลิก สินค้าที่ดู การเพิ่มหรือนำสินค้าออกจากตะกร้า และการโต้ตอบอื่น ๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยระบบโฆษณาคาดเดาพฤติกรรมและทำ retargeting หลังผู้ใช้ออกจากเว็บไซต์

Supercookie ลบได้ยากกว่าคุกกี้ทั่วไป

คุกกี้ธรรมดาเป็นเพียงหนึ่งในหลายตำแหน่งที่เก็บตัวระบุได้ เทคนิค supercookie ใช้พื้นที่จัดเก็บหลายชนิดในเบราว์เซอร์ ทำให้ตัวระบุอาจยังอยู่หรือถูกสร้างกลับหลังลบคุกกี้มาตรฐาน บทความยก Evercookie เป็นตัวอย่าง การล้างคุกกี้เพียงจุดเดียวจึงไม่รับประกันว่าตัวระบุที่คงอยู่ทั้งหมดจะหายไป

Browser fingerprinting ระบุตัวได้โดยไม่ต้องใช้คุกกี้

Fingerprinting รวมข้อมูลอย่างฟอนต์ ส่วนขยาย เขตเวลา ความละเอียดหน้าจอ เวอร์ชันเบราว์เซอร์ และพฤติกรรมของ Web API แต่ละค่าอาจดูไม่สำคัญ แต่เมื่อนำมารวมกันอาจมีเอกลักษณ์มากพอให้จำเบราว์เซอร์เดิมได้ภายหลัง นี่คือเหตุผลที่การปิดคุกกี้อย่างเดียวไม่ได้หยุดการติดตามทั้งหมด

ส่วนขยายมากขึ้นไม่ได้แปลว่าเป็นส่วนตัวขึ้นเสมอ

ส่วนขยายป้องกันการติดตามสามารถเปลี่ยนการแสดงผลหน้าเว็บหรือพฤติกรรมของเบราว์เซอร์ และความแตกต่างนั้นอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของ fingerprint เครื่องมือบางตัวอาจสร้างค่าที่ผิดปกติจนทำให้เบราว์เซอร์โดดเด่นกว่าเดิม บทความจึงให้น้ำหนักกับระบบป้องกันที่ออกแบบไว้ในตัวเบราว์เซอร์มากกว่าการติดตั้งส่วนขยายจำนวนมาก

Brave ใช้วิธีสุ่มค่า fingerprint

บทความกล่าวถึง farbling ของ Brave ซึ่งเพิ่มความแปรผันแบบควบคุมลงในค่าที่สคริปต์ fingerprinting มักตรวจสอบ เป้าหมายคือทำให้ fingerprint ที่คงที่มีประโยชน์น้อยลงเมื่อเชื่อมโยงหลายเซสชัน วิธีนี้ไม่ได้รับประกัน anonymity และไม่ได้ทำให้ tracking เป็นไปไม่ได้ แต่ช่วยลดความสม่ำเสมอของสัญญาณระบุตัวตน

Private browsing ลดข้อมูลที่คงอยู่ในเครื่อง

หากไม่จำเป็นต้องล็อกอินค้างไว้ private mode ช่วยได้ เพราะเมื่อปิดหน้าต่าง เบราว์เซอร์โดยทั่วไปจะลบคุกกี้ แคช และข้อมูลเว็บไซต์ของเซสชันนั้น ทำให้ตัวระบุในเครื่องอยู่ต่อถึงเซสชันถัดไปได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม private browsing เป็นเพียงหนึ่งชั้นของการป้องกัน ไม่ใช่เกราะที่หยุด fingerprinting หรือการระบุตัวตนระดับเครือข่ายทั้งหมด

VPN ช่วยซ่อน Public IP ปกติ

เว็บไซต์โดยทั่วไปเห็น Public IP ของเครือข่ายต้นทาง บทความแนะนำ VPN เพื่อไม่ให้เว็บไซต์ปลายทางเห็น IP ปกติของผู้ใช้โดยตรง พร้อมกล่าวถึง Proton VPN และ Mullvad แต่ VPN ไม่ได้ลบ browser fingerprint การล็อกอินบัญชี หรือข้อมูล tracking ที่เก็บในระบบอื่น จึงควรใช้ร่วมกับการป้องกันของเบราว์เซอร์

ความเป็นส่วนตัวควรใช้การป้องกันหลายชั้น

แนวทางปฏิบัติคือเลือกเบราว์เซอร์ที่มีระบบ privacy ในตัวที่แข็งแรง บล็อกโฆษณาและสคริปต์ติดตามที่ไม่ต้องการ ใช้ private browsing เมื่อไม่จำเป็นต้องเก็บสถานะล็อกอิน และพิจารณา VPN ที่น่าเชื่อถือ ไม่มีวิธีใดสมบูรณ์แบบ เป้าหมายที่เป็นจริงคือทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลระยะยาวยากขึ้นและลดข้อมูลคงที่ที่บริษัทติดตามได้รับ

แชร์บทความนี้
โดยKOMCHAD
ติดตาม
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย
ฝากความคิดเห็น