Meta ปิดฟีเจอร์ AI บน Instagram หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่องความเป็นส่วนตัว

โดย
KOMCHAD
โดยKOMCHAD
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย

Meta ต้องรีบถอยหลังเพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่บน Instagram เมื่อบริษัทประกาศยุติการใช้งาน Muse Imageหลังเผชิญกระแสวิจารณ์อย่างหนักจากผู้ใช้งาน นักวิชาการด้านความเป็นส่วนตัว และองค์กรในอุตสาหกรรมบันเทิง

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของ AI แต่เป็นการที่ฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถนำรูปภาพจาก บัญชี Instagram ที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะ (Public Account) มาใช้สร้างภาพ AI ได้ โดยหลายฝ่ายมองว่าผู้ใช้ไม่ได้ให้ความยินยอมอย่างชัดเจนก่อนเปิดใช้งาน ส่งผลให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสิทธิ์ในข้อมูลส่วนบุคคลและการนำภาพไปใช้งานในยุค AI อย่างกว้างขวาง

Muse Image คืออะไร?

Muse Image เป็นเครื่องมือสร้างภาพด้วย AI ที่พัฒนาโดย Meta Superintelligence Labs โดยมีแนวคิดให้ผู้ใช้สร้างภาพใหม่จากรูปภาพที่มีอยู่บน Instagram

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น

  • เปลี่ยนสไตล์ภาพให้เป็นการ์ตูนหรือภาพวาด
  • สร้างฉากใหม่จากรูปต้นฉบับ
  • เปลี่ยนชุดหรือองค์ประกอบของภาพ
  • สร้างภาพแฟนตาซีจากรูปจริง

แม้ Meta จะระบุว่าเป็นเครื่องมือสำหรับความคิดสร้างสรรค์ แต่หลายฝ่ายกังวลว่าเทคโนโลยีลักษณะนี้อาจถูกนำไปใช้สร้างภาพปลอม (Deepfake) หรือดัดแปลงใบหน้าของบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่ผู้ใช้ไม่พอใจ

สิ่งที่สร้างกระแสวิจารณ์มากที่สุด คือระบบ Opt-out

กล่าวคือ หากบัญชี Instagram ของผู้ใช้เปิดเป็นสาธารณะ ฟีเจอร์นี้จะสามารถนำรูปไปใช้งานได้ทันที เว้นแต่เจ้าของบัญชีจะเข้าไปปิดการใช้งานเอง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวมองว่า แนวทางนี้ควรเป็น Opt-in หรือให้ผู้ใช้กดยินยอมก่อนตั้งแต่แรก เพราะการนำรูปภาพไปใช้สร้างผลงาน AI ถือเป็นการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบใหม่ ซึ่งควรได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน

Meta ยอมรับว่า “ยังไม่ตอบโจทย์”

หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง Meta ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าฟีเจอร์ดังกล่าว “missed the mark” หรือยังไม่ตอบโจทย์ในด้านประสบการณ์ผู้ใช้และความคาดหวังด้านความเป็นส่วนตัว

บริษัทจึงตัดสินใจยุติฟีเจอร์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าจะนำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ไปปรับปรุงก่อนพิจารณาแนวทางในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ AI อื่น ๆ ของ Meta เช่น การสร้างหรือแก้ไขภาพด้วย AI ยังคงเปิดให้ใช้งานตามปกติ โดยการระงับครั้งนี้มีผลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้รูปจากบัญชี Instagram สาธารณะเท่านั้น

วงการบันเทิงออกมาคัดค้าน

กระแสคัดค้านไม่ได้มาจากผู้ใช้งานทั่วไปเพียงอย่างเดียว

SAG-AFTRA สหภาพนักแสดงของสหรัฐฯ รวมถึงตัวแทนศิลปินหลายแห่ง ต่างแสดงจุดยืนว่า การนำภาพของบุคคลไปสร้างผลงาน AI โดยไม่มีการยินยอมอย่างชัดเจน อาจนำไปสู่การสร้างตัวตนดิจิทัลปลอม (Digital Replica) และกระทบต่อสิทธิ์ของเจ้าของภาพในระยะยาว

ภายหลัง Meta ตัดสินใจปิดฟีเจอร์ดังกล่าว SAG-AFTRA ได้ออกมาระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสมและช่วยลดความเสี่ยงจากการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด

สะท้อนโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม AI

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ความท้าทายของ AI ในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน

คำถามสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเผชิญ คือ

  • ใครเป็นเจ้าของข้อมูลที่ AI นำไปใช้?
  • ผู้ใช้ควรมีสิทธิ์เลือกหรือปฏิเสธได้มากแค่ไหน?
  • บริษัทควรขอความยินยอมก่อนใช้ข้อมูลทุกครั้งหรือไม่?

ประเด็นเหล่านี้กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันด้าน AI ในยุคต่อไป และอาจส่งผลต่อการออกแบบบริการใหม่ ๆ ของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก

สรุป

Meta ตัดสินใจยุติฟีเจอร์ Muse Image หลังเปิดตัวได้เพียงไม่กี่วัน เพราะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการนำรูปในบัญชี Instagram แบบสาธารณะมาใช้สร้างภาพ AI โดยไม่มีระบบยินยอมแบบ Opt-in

แม้การปิดฟีเจอร์ครั้งนี้จะช่วยลดแรงกดดันลงได้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการขอความยินยอมจากผู้ใช้ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

แชร์บทความนี้
โดยKOMCHAD
ติดตาม
KOMCHAD นำเสนอข่าวไอที AI สมาร์ทโฟน Gadget คอมพิวเตอร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ และนวัตกรรมล่าสุดในภาษาไทย
ฝากความคิดเห็น