inDrive Robotaxi เตรียมเปิดฉากทดสอบอย่างเป็นทางการในปี 2570 หลังแอปเรียกรถชื่อดังจับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Pony.ai สตาร์ตอัปขับขี่อัตโนมัติจากจีน และ Nvidia ผู้นำชิปประมวลผล เพื่อนำรถแท็กซี่ไร้คนขับมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารในคาซัคสถาน พร้อมกระโดดเข้าร่วมศึกสมรภูมิไร้คนขับแข่งกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Uber
สารบัญ
⚡ สรุปข่าวใน 30 วินาที
- inDrive ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกับ Pony.ai และ Nvidia เพื่อทดสอบ Robotaxi ในกรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ช่วงครึ่งแรกของปี 2570
- Pony.ai รับหน้าที่จัดหารถยนต์อัตโนมัติรุ่นใหม่ Gen-7 ส่วน Nvidia สนับสนุนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และเซนเซอร์ Hyperion พร้อมระบบความปลอดภัย Halos
- ช่วงแรกจะยังมีผู้ควบคุมความปลอดภัยนั่งประจำการ ก่อนตั้งเป้าขยับสู่ระบบไร้คนขับสมบูรณ์แบบในอนาคต
- โมเดลธุรกิจเน้นแบบ Capital-Light ช่วยลดต้นทุนเพื่อให้ค่าโดยสารเข้าถึงง่าย เหมาะกับตลาดเกิดใหม่
เจาะลึกพันธมิตร 3 ฝ่าย เบื้องหลัง inDrive Robotaxi
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการกระจายเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติออกนอกสหรัฐอเมริกาและจีนอย่างเห็นได้ชัด โดย inDrive ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องการต่อรองราคาค่าโดยสารและเน้นความประหยัด ได้วางแผนผนึกกำลังกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อเลี่ยงการลงทุนสร้างฮาร์ดแวร์เองตั้งแต่ศูนย์
ที่น่าสนใจคือ การแบ่งหน้าที่ของแต่ละบริษัทมีความชัดเจนเพื่อดึงจุดแข็งมาประสานกันได้อย่างรวดเร็ว โดยมีโครงสร้างหลัก 3 ส่วนดังนี้
- inDrive: บริหารจัดการระบบเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ฐานลูกค้า และการดำเนินงานในคาซัคสถาน
- Pony.ai: จัดหาฝูงรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติรุ่นล่าสุด Gen-7 ที่พร้อมติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ
- Nvidia: ส่งมอบชิปประมวลผล แพลตฟอร์มเซนเซอร์สำเร็จรูป Drive Hyperion ระบบความปลอดภัย Halos และโมเดล Alpamayo สำหรับจำลองสภาพการขับขี่
ทำไมต้องเป็นคาซัคสถานและสภาพอากาศขั้วโลก
การเลือกปักหมุดที่กรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน ไม่ใช่แค่เรื่องของข้อกฎหมายที่เปิดกว้างอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือสภาพอากาศที่หนาวเหน็บยาวนานหลายเดือน หิมะและน้ำแข็งบนพื้นผิวถนนถือเป็นบททดสอบขั้นสุดของเซนเซอร์ LiDAR กล้องตรวจจับ และอัลกอริทึมของระบบ AI
หากระบบสามารถเอาชนะสภาพพื้นผิวถนนที่มีหิมะปกคลุมและการยึดเกาะต่ำในอัสตานาได้ ก็จะเป็นใบเบิกทางชั้นยอดให้ inDrive และพันธมิตรสามารถนำโมเดลขับขี่อัตโนมัตินี้ไปปรับใช้กับเมืองอื่น ๆ ทั่วโลกที่มีข้อจำกัดด้านสภาพอากาศแบบเดียวกันได้อย่างมั่นใจ
“การเปิดตัวที่นี่เปิดโอกาสสำคัญในการประเมินเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติท่ามกลางฤดูหนาวที่ท้าทาย หากสำเร็จในอัสตานา จะเป็นข้อมูลล้ำค่าในการขยายสู่พื้นที่อื่นต่อไป”Arsen Tomsky ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ inDrive
ไทม์ไลน์ก้าวสำคัญของ inDrive บนเส้นทางรถไร้คนขับ
การขยับตัวสู่บริการแท็กซี่ไร้คนขับของ inDrive กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่วางไว้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก
- ธันวาคม 2568จับมือ AI Driver และ WeRide เตรียมนำร่องรถไร้คนขับในกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย
- ตุลาคม 2569ลงนามความร่วมมือกับ Pony.ai และ Nvidia เดินหน้าโครงการในคาซัคสถาน
- ครึ่งแรกปี 2570เริ่มวิ่งทดสอบ Robotaxi จริงบนถนนสาธารณะในกรุงอัสตานา
สำหรับคนไทย: ปัจจุบัน inDrive เปิดให้บริการเรียกรถในประเทศไทยแล้วหลายเมือง แต่บริการรถยนต์ไร้คนขับแบบ Robotaxi ยังไม่มีแผนนำเข้ามาทดสอบในไทย และยังต้องรอการปรับปรุงข้อกฎหมายการจราจรทางบก รวมถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอีกระยะหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ inDrive Robotaxi
inDrive Robotaxi มีค่าบริการแพงกว่ารถทั่วไปไหม?
ยังไม่ประกาศราคาค่าบริการ แต่เป้าหมายของ inDrive และ Nvidia คือการใช้แพลตฟอร์มสำเร็จรูปเพื่อคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านราคาในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ได้
ช่วงทดสอบปี 2570 จะปลอดภัยแค่ไหน มีคนขับคุมรถอยู่ไหม?
ในการทดสอบระยะแรกจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมความปลอดภัย (Safety Operator) นั่งอยู่ประจำการภายในรถเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนจะประเมินความปลอดภัยเพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดไร้คนขับสมบูรณ์ในอนาคต
คนไทยจะได้นั่งแท็กซี่ไร้คนขับของ inDrive เร็ว ๆ นี้ไหม?
ขณะนี้โครงการยังจำกัดอยู่เฉพาะประเทศคาซัคสถานและตะวันออกกลาง สำหรับประเทศไทยยังไม่มีกำหนดการทดสอบเนื่องจากต้องรอความพร้อมของกฎหมายรับรองยานยนต์ไร้คนขับ
ความคิดเห็น 0
ยังไม่มีความคิดเห็นเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในบทความนี้