รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประกาศโครงการมูลค่ากว่า 800 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 520,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม AI ของโลก พร้อมให้ Samsung Electronics และ SK hynix ลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่รวม 4 แห่ง ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน “Mega Projects” ของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี Lee Jae Myung ที่ต้องการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเกาหลีใต้ ท่ามกลางความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก
Samsung และ SK hynix เตรียมสร้างโรงงานใหม่รวม 4 แห่ง
ตามแผนที่ประกาศ
- Samsung Electronics จะสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่ 2 แห่ง
- SK hynix จะสร้างโรงงานผลิตชิปใหม่อีก 2 แห่ง
โรงงานทั้งหมดจะตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องการพัฒนาให้เป็นฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งใหม่ นอกเหนือจากคลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์เดิมที่กระจุกตัวอยู่รอบกรุงโซล
เป้าหมายคือครองตลาด AI Chip
เกาหลีใต้ถือเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะ DRAM และ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นชิปสำคัญสำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดล AI
รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะ
- เพิ่มกำลังการผลิต DRAM เป็น 2 เท่าภายใน 5 ปี
- ขยายการผลิตชิป HBM รุ่นใหม่
- สร้างระบบนิเวศ AI ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิป การแพ็กเกจจิ้ง ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์
ลงทุนเพิ่มด้าน AI และการแพ็กเกจจิ้งชิป
นอกจากโรงงานผลิตชิปทั้ง 4 แห่งแล้ว แผนดังกล่าวยังรวมถึง
- การสร้างคลัสเตอร์ด้านการแพ็กเกจจิ้งชิปแห่งใหม่
- การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI
- การวิจัยและพัฒนาชิป AI รุ่นถัดไป
- การพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์
รัฐบาลมองว่าการแข่งขันด้าน AI ในอนาคตจะไม่ได้วัดกันแค่โมเดล AI แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI ด้วย
รับมือการแข่งขันจากสหรัฐฯ และจีน
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังเร่งลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์
- สหรัฐฯ เดินหน้าโครงการสนับสนุนการผลิตชิปภายในประเทศ
- จีนเร่งพัฒนาชิป AI เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ
- ไต้หวันยังคงเป็นฐานการผลิตชิปขั้นสูงของโลก
เกาหลีใต้จึงต้องเร่งขยายกำลังการผลิต เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดหน่วยความจำที่กำลังเติบโตจากกระแส AI อย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายยังมีอยู่
แม้แผนดังกล่าวจะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการสร้างโรงงานผลิตชิประดับโลกในพื้นที่ใหม่จำเป็นต้องใช้
- โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและน้ำ
- บุคลากรที่มีทักษะสูง
- ระบบซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงว่าหากความต้องการชิป AI ชะลอตัวในอนาคต อาจนำไปสู่ภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดได้
สรุป
การลงทุนกว่า 520,000 ล้านดอลลาร์ ของเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI ได้ขยายจากการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ไปสู่การแข่งขันด้าน โครงสร้างพื้นฐานและการผลิตชิป อย่างเต็มรูปแบบ
หากโครงการดำเนินไปตามแผน Samsung และ SK hynix จะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการป้อนชิป AI ให้กับตลาดโลก และอาจช่วยให้เกาหลีใต้รักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า







