Netflix เลิกจ้างพนักงาน ราว 1,000 ตำแหน่ง หรือประมาณ 6% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก ถือเป็นการปรับลดคนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในรอบหลายปี โดย Greg Peters และ Ted Sarandos สองซีอีโอร่วม แจ้งเรื่องนี้ผ่านอีเมลภายในเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 (ตรงกับคืนวันเดียวกันตามเวลาไทย) ทีมที่โดนหนักสุดคือฝั่งโปรดักต์ เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากรบุคคล
สารบัญ
⚡ สรุปข่าวใน 30 วินาที
- Netflix ปลดพนักงานเกือบ 1,000 คน คิดเป็นราว 6% ของพนักงานประจำทั่วโลก
- ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบหลัก: โปรดักต์ เทคโนโลยี กฎหมาย และ HR
- ผู้บริหารยืนยันว่าธุรกิจยังแข็งแรง แต่ต้องจัดสรรคนและงบให้ไปที่งานที่สร้างผลมากกว่า
- วันถัดมา Netflix ประกาศตั้ง Peter Rice อดีตผู้บริหาร Disney เป็นหัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์คนใหม่ เริ่มงาน 26 ต.ค.
- ผู้ใช้ในไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือบริการจากข่าวนี้
Netflix เลิกจ้างพนักงานครั้งนี้ใหญ่แค่ไหน
ตามเอกสารที่ Netflix ยื่นต่อหน่วยงานกำกับ บริษัทมีพนักงานประจำราว 16,000 คนเมื่อสิ้นปี 2568 การลดคนเกือบ 1,000 ตำแหน่งจึงเท่ากับราว 6% สื่ออย่าง AP และ The Hollywood Reporter ระบุตรงกันว่าเป็นการปรับลดคนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งตอนนั้น Netflix เจอภาวะสมาชิกลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ความต่างสำคัญคือครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากธุรกิจขาลง ในไตรมาส 2 ปี 2569 Netflix มีรายได้ 12,560 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.2 แสนล้านบาท โดยประมาณ) โต 13% และกำไร 3,400 ล้านดอลลาร์ โต 9% จากปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากสมาชิกใหม่และการขึ้นราคาแพ็กเกจ แต่ตัวเลขคาดการณ์ไตรมาส 3 ที่บริษัทให้ไว้ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์หวัง
เหตุผลที่ผู้บริหารให้ไว้
ในบันทึกถึงพนักงาน สองซีอีโอเรียกสิ่งนี้ว่า “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร” และย้ำว่าการตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย บริษัทต้องมีวินัยมากขึ้นในการเลือกว่าจะวางคนและทรัพยากรไว้ตรงไหน เพื่อลงทุนกับการเติบโตในอนาคตและส่วนที่ช่วยยกระดับบริการได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแรง Netflix ไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมนอกเหนือจากบันทึกนี้
บริบทตลาด: ข้อมูลจาก JustWatch ระบุว่า Netflix ครองส่วนแบ่งตลาดสตรีมมิงราว 19% โดยมี Prime Video และ Disney+ ตามมาติดๆ ส่วนดีลที่ Paramount ซื้อ Warner Bros. Discovery มูลค่า 81,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่งปิดไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และมีแผนรวมบริการสตรีมมิงเป็นแพลตฟอร์มเดียว ทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นอีก
เปลี่ยนหัวหน้าฝ่ายคอนเทนต์ Peter Rice เข้ามาแทน Bela Bajaria
เพียงวันเดียวหลังข่าวเลิกจ้าง Netflix ประกาศบนเว็บไซต์ทางการว่า Peter Rice จะรับตำแหน่ง Chief Content Officer ดูแลคอนเทนต์ทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ รายการเรียลลิตี้ และไลฟ์ทั่วโลก มีผลตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2569 แทน Bela Bajaria ที่จะออกจากบริษัทหลังทำงานมาเกือบ 10 ปี Rice เคยเป็นประธาน Walt Disney Television และเคยนั่งตำแหน่งประธาน 21st Century Fox มาก่อน Ted Sarandos ยกย่องว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่บริหารงานขนาดใหญ่ได้มีประสิทธิภาพที่สุดในวงการ
- ก.พ. 2569 Netflix ถอนตัวจากดีลซื้อธุรกิจสตูดิโอและสตรีมมิงของ Warner
- 14 ต.ค. 2569 แจ้งเลิกจ้างพนักงานราว 1,000 ตำแหน่ง
- 15 ต.ค. 2569 ประกาศตั้ง Peter Rice เป็น Chief Content Officer
- 26 ต.ค. 2569 Peter Rice เริ่มงาน
- สัปดาห์หน้า Netflix รายงานผลประกอบการไตรมาส 3
คนไทยที่ใช้ Netflix ได้รับผลกระทบไหม
ในตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าผู้ใช้ในไทยจะได้รับผลโดยตรง ไม่มีประกาศปรับราคาแพ็กเกจหรือเปลี่ยนแปลงบริการในไทยที่เชื่อมโยงกับข่าวนี้ และบันทึกภายในไม่ได้ระบุรายละเอียดรายประเทศ สิ่งที่น่าจับตาคือทิศทางคอนเทนต์ภายใต้หัวหน้าคนใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนผลงานในเอเชีย รวมถึงคอนเทนต์ไทยในระยะยาว ส่วนตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 3 ที่จะออกสัปดาห์หน้าจะเป็นตัวบอกว่าการรัดเข็มขัดครั้งนี้เกี่ยวกับการเติบโตที่ชะลอลงมากน้อยแค่ไหน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Netflix เลิกจ้างพนักงาน
Netflix เลิกจ้างพนักงานกี่คน
ราว 1,000 ตำแหน่ง หรือประมาณ 6% ของพนักงานประจำทั่วโลกที่มีราว 16,000 คน
Netflix ขาดทุนหรือเปล่าถึงต้องปลดคน
ไม่ใช่ ไตรมาส 2 ปี 2569 Netflix ยังมีกำไร 3,400 ล้านดอลลาร์ ผู้บริหารบอกว่าเป็นการจัดสรรคนและงบใหม่เพื่อเน้นงานที่สร้างการเติบโต
ค่าบริการ Netflix ในไทยจะขึ้นไหม
ยังไม่มีประกาศใดเกี่ยวกับราคาในไทยที่เชื่อมโยงกับข่าวนี้
ความคิดเห็น 0
ยังไม่มีความคิดเห็นเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในบทความนี้