Apple Watch Series 12 เตรียมกลับมาใช้ชิปรุ่นใหม่ พร้อมเน้นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น
Apple Watch Series 12 ถูกคาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 พร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ โดยข้อมูลที่ปรากฏจนถึงขณะนี้ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงหลักอาจอยู่ที่ชิปประมวลผลและอายุแบตเตอรี่ มากกว่าการออกแบบตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด
Apple Watch Series 11, Apple Watch Ultra 3 และ Apple Watch SE 3 ใช้ชิป S10 รุ่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ก่อนหน้า แม้ Apple จะปรับประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์ในบางด้าน การใช้ชิปรุ่นเดิมทำให้ Series 12 มีโอกาสกลับมาได้รับการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ที่ชัดเจนขึ้น
โค้ดของ Apple ที่รั่วออกมาก่อนหน้านี้มีการอ้างถึงชิปรุ่นใหม่สำหรับ Apple Watch Series 12 แต่ยังไม่ชัดว่าบริษัทจะใช้ชื่อ S11 หรือข้ามไปเป็น S12
ชิปรุ่นใหม่อาจไม่ได้เพิ่มความเร็วเพียงอย่างเดียว
Apple Watch ไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วระดับเดียวกับ iPhone งานส่วนใหญ่ประกอบด้วยการแสดงการแจ้งเตือน ติดตามการออกกำลังกาย ประมวลผลข้อมูลเซ็นเซอร์ และทำงานเบื้องหลัง
ประโยชน์สำคัญของชิปรุ่นใหม่จึงอาจอยู่ที่ประสิทธิภาพต่อพลังงาน ช่วยให้เซ็นเซอร์ทำงานต่อเนื่องและรองรับฟีเจอร์สุขภาพหรือ AI โดยไม่ลดอายุแบตเตอรี่มากเกินไป
หาก Apple ใช้กระบวนการผลิตที่ใหม่ขึ้น บริษัทสามารถลดการใช้พลังงานในงานทั่วไป แล้วนำพลังงานที่ประหยัดได้ไปใช้กับ Always-On Display, GPS หรือการติดตามสุขภาพ
ชิปใหม่ยังอาจช่วยให้ watchOS 27 และฟีเจอร์ Siri AI ตอบสนองเร็วขึ้น โดยเฉพาะงานที่สามารถประมวลผลบนอุปกรณ์โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปยัง iPhone หรือคลาวด์
อายุแบตเตอรี่เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก
ข้อมูลจากผู้ปล่อยข่าวบน Weibo ระบุว่า Apple ให้ความสำคัญกับอายุแบตเตอรี่ที่ยาวขึ้นใน Series 12 ขณะที่ Series 11 ถูกระบุว่าใช้งานได้สูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง หรือประมาณ 38 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน
การเพิ่มอายุแบตเตอรี่มีผลต่อประสบการณ์มากกว่าการเพิ่มแอปใหม่ เพราะผู้ใช้ Apple Watch ต้องจัดเวลาชาร์จระหว่างวันหรือก่อนนอน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเก็บข้อมูลการนอนหลับทุกคืน
หาก Series 12 สามารถใช้งานได้เกินหนึ่งวันเต็มอย่างสม่ำเสมอ ผู้ใช้จะมีความยืดหยุ่นในการชาร์จมากขึ้น และลดโอกาสข้อมูลสุขภาพขาดช่วง
การเพิ่มแบตเตอรี่อาจมาจากหลายส่วนร่วมกัน
Apple สามารถเพิ่มอายุแบตเตอรี่ด้วยการขยายความจุแบตเตอรี่ แต่พื้นที่ภายใน Apple Watch มีจำกัดและต้องใช้ร่วมกับเซ็นเซอร์ ลำโพง มอเตอร์สั่น และวงจรสื่อสาร
อีกแนวทางคือใช้ชิปที่ประหยัดพลังงาน ปรับหน้าจอ LTPO และลดการทำงานเบื้องหลังของซอฟต์แวร์
ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมีแนวโน้มมาจากการปรับหลายส่วนพร้อมกัน มากกว่าการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว
Touch ID บน Apple Watch ยังมีความเป็นไปได้ต่ำกว่า
โค้ดที่รั่วไหลมีการกล่าวถึง Touch ID สำหรับ Apple Watch Series 12 โดยระบบอาจติดตั้งเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือไว้ในปุ่มด้านข้าง
Touch ID สามารถช่วยให้ผู้ใช้ปลดล็อกนาฬิกาหรืออนุมัติการชำระเงินโดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านบนหน้าจอขนาดเล็ก โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เปิดการปลดล็อกอัตโนมัติร่วมกับ iPhone
อย่างไรก็ตาม MacRumors จัดข่าวลือนี้ไว้ในกลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า เนื่องจากแหล่งข่าวรายหนึ่งปฏิเสธข้อมูล และนักข่าวหรือผู้วิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานที่มีประวัติแม่นยำยังไม่ได้ยืนยัน
เซ็นเซอร์สุขภาพบนสายอาจยังไม่พร้อม
อีกข่าวลือกล่าวว่า Apple อาจติดตั้งเซ็นเซอร์สุขภาพอย่างน้อยหนึ่งรายการไว้ภายในสาย Apple Watch ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากปัจจุบันที่เซ็นเซอร์ทั้งหมดอยู่บนตัวเรือน
แนวคิดนี้อาจเปิดพื้นที่สำหรับเซ็นเซอร์ใหม่หรือเพิ่มจุดสัมผัสกับร่างกาย แต่สร้างปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับสายเดิม ราคา และความทนทาน
หากเซ็นเซอร์อยู่ในสาย ผู้ใช้ที่เปลี่ยนสายแฟชั่นหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตภายนอกอาจสูญเสียความสามารถบางอย่าง Apple จึงต้องสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อใหม่และอธิบายให้ชัดว่าสายใดรองรับฟีเจอร์ใด
MacRumors มองว่าข่าวลือนี้ยังมีหลักฐานไม่มากพอ และควรรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการเปิดตัว
Series 12 ต้องแข่งขันกับอุปกรณ์แบตเตอรี่นานหลายวัน
Apple Watch มีข้อได้เปรียบด้านแอป การเชื่อมกับ iPhone และฟีเจอร์สุขภาพ แต่คู่แข่งอย่าง Garmin และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพไร้หน้าจอบางรุ่นสามารถใช้งานได้นานหลายวัน
ผู้ใช้ที่เน้นการติดตามการนอน การออกกำลังกายระยะไกล หรือไม่ต้องการชาร์จทุกวันอาจมองอายุแบตเตอรี่เป็นปัจจัยสำคัญกว่าความสามารถด้านแอป
การยืดแบตเตอรี่ของ Series 12 จึงไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นสิ่งที่ช่วยลดช่องว่างระหว่าง Apple Watch กับคู่แข่งที่เน้นกีฬาและสุขภาพโดยเฉพาะ







