Samsung เผยแว่น Android XR ใช้งานได้ 9 ชั่วโมง พร้อมเคสชาร์จมากกว่า 7 รอบ
Samsung เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแว่นอัจฉริยะ Android XR ที่กำลังพัฒนาร่วมกับ Google โดยระบุว่าอุปกรณ์จะใช้งานได้นานประมาณ 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
เคสสำหรับจัดเก็บแว่นจะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้มากกว่า 7 รอบ ช่วยให้ผู้ใช้เดินทางหลายวันโดยไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จเคสทุกคืน
Samsung เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวช่วงท้ายงาน Galaxy Unpacked หลังเปิดตัว Galaxy Z Fold 8 และอุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังเตรียมขยายระบบนิเวศ Galaxy ไปยังอุปกรณ์ที่สวมใส่บนใบหน้า
แว่นรุ่นแรกจะไม่มีหน้าจอในเลนส์
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าแว่น Android XR รุ่นแรกของ Samsung จะไม่มีหน้าจอแสดงผลติดตั้งในเลนส์ ทำให้รูปแบบการใช้งานใกล้กับแว่นอัจฉริยะ Meta Ray-Ban มากกว่าอุปกรณ์ Augmented Reality เต็มรูปแบบ
อุปกรณ์มีแนวโน้มใช้กล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และ AI เพื่อให้ผู้ใช้ถามข้อมูล ถ่ายภาพ ฟังเสียง และรับคำแนะนำจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ
การไม่มีหน้าจอช่วยลดน้ำหนัก การใช้พลังงาน และความร้อน ทำให้สามารถออกแบบให้ดูคล้ายแว่นทั่วไปและสวมใช้งานได้นานขึ้น
อายุแบตเตอรี่สูงกว่าแว่นที่มีหน้าจอ
Samsung ระบุระยะเวลา 9 ชั่วโมง ขณะที่แว่นอัจฉริยะ Meta รุ่นที่มีหน้าจอถูกประเมินว่าใช้งานได้ประมาณ 6 ชั่วโมงในบางรูปแบบ
หน้าจอต้องใช้พลังงานในการสร้างภาพและปรับความสว่างอย่างต่อเนื่อง การตัดหน้าจอออกจึงช่วยให้แบตเตอรี่ขนาดเล็กทำงานได้นานขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 9 ชั่วโมงเป็นการประมาณก่อนวางจำหน่าย ระยะเวลาใช้งานจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ถ่ายวิดีโอ ใช้ AI โทรศัพท์ หรือฟังเสียง
Gemini อาจเป็นผู้ช่วยหลักของแว่น
การพัฒนาร่วมกับ Google ทำให้ Gemini มีแนวโน้มเป็นระบบ AI หลัก ผู้ใช้อาจถามว่าเห็นอะไรอยู่ ขอข้อมูลสถานที่ แปลข้อความ หรือบันทึกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
กล้องบนแว่นช่วยให้ AI เข้าใจบริบทโดยไม่ต้องให้ผู้ใช้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพก่อน
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถมองป้ายภาษาต่างประเทศแล้วขอแปล หรือถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และอาคารที่อยู่ตรงหน้า
ความเป็นส่วนตัวเป็นโจทย์สำคัญ
แว่นที่มีกล้องสามารถบันทึกบุคคลอื่นโดยที่ผู้ถูกบันทึกอาจไม่ทันสังเกต Samsung ต้องออกแบบไฟแสดงสถานะหรือสัญญาณที่ชัดเจนเมื่อมีการถ่ายภาพหรือวิดีโอ
ผู้ใช้ยังต้องทราบว่าภาพและเสียงถูกประมวลผลบนอุปกรณ์หรือส่งขึ้นคลาวด์ รวมถึงถูกเก็บไว้นานเพียงใด
บางสถานที่ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสำนักงานที่มีข้อมูลลับ อาจกำหนดข้อจำกัดการใช้แว่นอัจฉริยะ แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดการบันทึกก็ตาม
เคสชาร์จช่วยลดข้อจำกัดของอุปกรณ์สวมใส่
การชาร์จได้มากกว่า 7 รอบหมายความว่า หากแว่นใช้งานเต็ม 9 ชั่วโมงในแต่ละรอบ ระบบอาจมีพลังงานรวมเพียงพอหลายวันตามการใช้งานจริง
แต่ผู้ที่ต้องใช้เลนส์สายตาอาจประสบปัญหาเมื่อแว่นถูกนำไปชาร์จในเคส เพราะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในช่วงนั้น
Samsung ต้องออกแบบการชาร์จให้ใช้เวลาไม่นาน หรือเปิดทางให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้แว่นสำรองในระหว่างชาร์จ
การแข่งขันกับ Meta และ Apple จะรุนแรงขึ้น
Meta เป็นผู้นำตลาดแว่นอัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคในปัจจุบัน ขณะที่ Apple ถูกคาดว่ากำลังพัฒนาอุปกรณ์ในกลุ่มเดียวกัน
Samsung มีข้อได้เปรียบจากระบบนิเวศ Android, Galaxy และบริการ Google แต่ต้องสร้างฮาร์ดแวร์ที่เบา ดูเป็นธรรมชาติ และทำงานร่วมกับโทรศัพท์หลายยี่ห้อได้ดี
ราคาและการรองรับเลนส์สายตาจะเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากผลิตภัณฑ์มีราคาใกล้ Headset ระดับสูง ผู้ใช้ทั่วไปอาจยังเลือกแว่นแบบธรรมดาหรือใช้โทรศัพท์ต่อไป







