ผู้ใช้บางส่วนเริ่มประกาศ “เลิกใช้” Instagram หลังบริษัทแม่อย่าง Meta Platforms เตรียมยกเลิกระบบ End-to-End Encryption ในแชต Direct Message ซึ่งเคยเป็นฟีเจอร์สำคัญด้านความเป็นส่วนตัว
การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงใหญ่ ระหว่าง “ความปลอดภัย” กับ “สิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้”

Meta เตรียมถอดระบบเข้ารหัสแชต
Meta ยืนยันว่าจะ ยุติการใช้งาน End-to-End Encryption บน Instagram DM ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2026
ซึ่งหมายความว่า
- ข้อความจะไม่ถูกเข้ารหัสแบบเต็มรูปแบบอีกต่อไป
- แพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้มากขึ้น
โดยก่อนหน้านี้ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้
👉 มีเพียง “ผู้ส่งและผู้รับ” เท่านั้นที่อ่านข้อความได้
เหตุผลของ Meta: คนใช้ฟีเจอร์นี้ “น้อย”
Meta ระบุว่า
- ผู้ใช้เลือกเปิดใช้งาน E2EE “น้อยมาก”
- จึงตัดสินใจยกเลิกฟีเจอร์นี้
พร้อมแนะนำว่า
👉 หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ให้ไปใช้ WhatsApp แทน
แต่ผู้ใช้มองว่า “นี่คือถอยหลัง”
การตัดสินใจนี้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทันที
ผู้ใช้และนักวิจารณ์มองว่า
- เป็นการ “ลดระดับความปลอดภัย”
- ทำให้ข้อมูลมีโอกาสถูกเข้าถึงมากขึ้น
- ขัดกับแนวโน้มโลกที่ให้ความสำคัญกับ privacy
บางส่วนถึงกับตัดสินใจ
👉 “เลิกใช้ Instagram” เพราะไม่มั่นใจเรื่องข้อมูลส่วนตัว
ประเด็นเบื้องหลัง: ความปลอดภัย vs การควบคุม
อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานรัฐและกลุ่มด้านความปลอดภัยมองว่า
- การเข้ารหัสทำให้ตรวจจับอาชญากรรมได้ยาก
- เช่น การล่วงละเมิดเด็ก หรือการก่อการร้าย
ทำให้ Meta ต้อง “หาจุดสมดุล” ระหว่าง
- ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
- ความสามารถในการตรวจสอบเนื้อหา
ความกังวลเรื่อง “ข้อมูล = เงิน”
นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า
การถอดระบบเข้ารหัส อาจเปิดทางให้ Meta
- เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้มากขึ้น
- ใช้พัฒนา AI
- ปรับโฆษณาให้แม่นยำขึ้น
ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจหลักของบริษัท
สรุปท้ายข่าว
กรณีนี้สะท้อนคำถามสำคัญของโลกเทคโนโลยีในวันนี้
👉 เราควรแลก “ความเป็นส่วนตัว”
กับ “ความปลอดภัย” หรือไม่
และเมื่อแพลตฟอร์มเริ่มลดระดับการปกป้องข้อมูล
ผู้ใช้บางส่วนก็เริ่มเลือก
“ถอยออกมา” แทนที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง







